สายตรงสำนักงาน
 
 
 
 
ประวัติความเป็นมา
 
          เล่ากันว่าเดิมมีทุ่งหญ้าใหญ่อยู่ 5 ทุ่ง มีสัตว์ต่าง ๆ มาอาศัยดื่มน้ำจากทุ่งหญ้า 5 แห่งนี้เป็นประจำ ต่อมามีชาวบ้านมาอาศัยอยู่ และมีพระสงฆ์มาจำพรรษาอยู่ เมื่อทางราชการจัดตั้งเป็นตำบลราษฎร์จึงพร้อมใจกันให้ชื่อว่า ต.ทุ่งเบญจา ซึ่งหมายถึงทุ่งทั้ง 5 นั่นเอง  โดยในเขตตำบลทุ่งเบญจามีอยู่ด้วยกันทั้งหมด  14 หมู่บ้าน แต่ต่อมาได้จัดตั้งสุขาภิบาลหนองคล้าขึ้น เมื่อวันที่  16  พฤศจิกายน  2508 โดยใช้พื้นที่เฉพาะหมู่ 3 ตำบลทุ่งเบญจา และต่อมาได้ยกฐานะจากสุขาภิบาลหนองคล้า เป็นเทศบาลตำบลหนองคล้า เมื่อวันที่  25  พฤษภาคม  2542 ปัจจุบันมีจำนวนประชากรทั้งหมด  3,925  คน  ชาย  1,863  คน  หญิง  2,062  คน  จำนวนครัวเรือน  9848  ครัวเรือน  มีพื้นที่  17.25  ตารางกิโลเมตร  ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของ  หมู่ที่  3  ตำบลทุ่งเบญจา  อำเภอท่าใหม่  จังหวัดจันทบุรี  โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้  .
     
   

ทิศเหนือ  ตั้งแต่หลักเขตที่  1  ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองกลางฝั่งใต้  ตรงเส้นแบ่งเขตหมู่ที่  2  และหมู่ที่  3  ตำบลทุ่งเบญจา เส้นเขตเรียบตามริมคลองกลางฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันออก เฉียงใต้ถึงหลักเขตที่  2  ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนห้วยสะท้อน – แพร่งขาหยั่ง  ฟากตะวันตก

     
   

ทิศตะวันออก จากหลักเขตที่  2  เลียบตามริมถนนห้วยสะท้อน  -  แพร่งขาหยั่ง  ฟากตะวันตกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงทางเวียนตรงเส้นแบ่งเขตตำบลทุ่งเบญจากับตำบลสอง พี่น้องแล้วถือเส้นแบ่งเขตตำบลทุ่งเบญจากับ ตำบลสองพี่น้อง  ไปทางทิศตะวันตก
เฉียงใต้ถึงหลักเขตที่  3  ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองห้วยสะท้อนฝั่งเหนือตรงเส้นแบ่งเขตหมู่
ที่  1  กับหมู่ที่  3  ตำบลทุ่งเบญจา

     
   

ทิศใต้ จากหลักเขตที่  3  ถือตามเส้นแบ่งเขตที่  1  กับหมู่ที่  3  ตำบลทุ่งเบญจาไปทางทิศ
ตะวันตกเฉียงใต้  ถึงหลักเขตที่  4  ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองวังโตนดฝั่งตะวันออก

     
   

ทิศตะวันตก จากหลักเขตที่  4  เลียบตามริมคลองวังโตนดฝั่งตะวันออกไปทางทิศเหนือถึงหลัก
เขตที่  5  ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองหนองคล้าฝั่งใต้  ตรงเส้นแบ่งเขตหมู่ที่  2  กับหมู่ที่  3 
ตำบลทุ่งเบญจา  ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจบหลักเขตที่  1

     
   

ปัจจุบันท้องถิ่นในเขตเทศบาลตำบลหนองคล้ามีทั้งหมด  5  ชุมชน  ประกอบด้วย

         
   
   

1.  ชุมชนหนองคล้า
สาเหตุที่เรียกว่าชุมชนหนองคล้า  เนื่องจากสมัยก่อนพื้นที่ในชุมชนนี้ได้มีหนองน้ำอยู่  1  แห่ง  ซึ่งเป็นที่ทำมาหากินของประชาชนในชุมชน  และบริเวณรอบ ๆ หนองน้ำนี้ได้มีต้นคล้าขึ้นเต็มบริเวณหนองน้ำ  จึงเป็นสาเหตุให้ในการตั้งชื่อชุมชนนี้ว่าชุมชนหนองคล้า  ปัจจุบันประธานชุมชนคือ  นายบุญชู   พวงชมภู

     
   

2.  ชุมชนทุ่งเบญจา
สาเหตุที่เรียกว่าชุมชนทุ่งเบญจา  เนื่องจากในบริเวณชุมชนมีวัดอยู่  1  แห่ง   ซึ่งวัดในบริเวณนี้ชื่อวัดทุ่งเบญจา  ซึ่งเป็นวัดที่ประชาชนในบริเวณนั้นเข้าไปทำบุญและเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนในพื้นที่  จึงเป็นสาเหตุให้ในการตั้งชื่อชุมชนนี้ว่า ชุมชนทุ่งเบญจา  ปัจจุบันประธานชุมชนคือ  นายอรรถพล  เจริญนาน

     
   

3.  ชุมชนพานทอง
สาเหตุที่เรียกว่าชุมชนพานทอง  เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณชุมชนนี้มีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ที่ตัดผ่านชุมชนซึ่งถนนเส้นนี้ชื่อถนนเส้นพานทอง – แพร่งขาหยั่ง  เวลาจัดตั้งชุมชนของชุมชนนี้จึงจัดตั้งตามชื่อถนน  จึงเป็นสาเหตุให้ในการตั้งชื่อชุมชนนี้ว่าชุมชนพานทอง  ปัจจุบันประธานชุมชนคือ  นายสมนึก   พักตร์วิไล

     
   

4.  ชุมชนหนองระมาน
สาเหตุที่เรียกว่าชุมชนหนองระมาน  เนื่องจากสมัยก่อนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนี้ ได้เรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่าหมู่บ้านหนองระมาน  ฉะนั้นการตั้งชื่อชุมชนเราจึงตั้งชื่อตามหมู่บ้านที่ประชาชนได้ใช้กันมา  จึงเป็นสาเหตุให้ในการตั้งชื่อชุมชนนี้ว่าชุมชนหนองระมาน  ปัจจุบันประธานชุมชนคือ  นางจรรยา   ลี

     
   

5.  ชุมชนห้วยสะท้อน
สาเหตุที่เรียกว่าชุมชนห้วยสะท้อน เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณชุมชนนี้มีคลองที่บริเวณรอบ ๆ  คลองนั้นเต็มไปด้วยต้นสะท้อน  และคลองนี้ก็เป็นคลองที่ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากการหาปลา  เอาน้ำไปใช้ในการเกษตร  จึงเป็นสาเหตุให้ในการตั้งชื่อชุมชนนี้ว่าชุมชนห้วยสะท้อน  ปัจจุบันประธานชุมชนคือ  พ.อ.อ.สำราญ   สุขสมัย

     
   

ลักษณะภูมิประเทศ
      มีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ  มีแม่น้ำลำคลองที่สำคัญอยู่หลายสาย  เช่น  คลองวังโตนด  คลองห้วยสะท้อน  คลองเขา  คลองหิน  คลองกลาง  คลองห้วยสะบ้า  ส่วนใหญ่จะใช้ในการเกษตร  นอกจากนี้ยังมีหนองน้ำอยู่  4  แห่ง  คือ  หนองขนุน  หนองสนม  หนองชำประดู่  หนองชำระกำ จะเห็นได้ว่าภูมิประเทศส่วนใหญ่จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแม่น้ำลำคลอง  หนอง  บึง  ประชากรส่วนใหญ่จึงประกอบอาชีพเกษตรกรรม

     
   

ลักษณะภูมิอากาศ
     เนื่องจากชุมชนทั้ง   5  ชุมชน  เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตจังหวัดจันทบุรี  ซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศไทย  โดยมีพื้นที่ติดกับอ่าวไทยฝั่งตะวันออก  ซึ่งจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทะเลจีนใต้มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน  ฤดูฝนจะมีฝนตกชุก  ประมาณ  6 - 8  เดือน  ซึ่งชาวจังหวัดจันทบุรีจะเรียกกันทั่วไปว่า  เมืองจันท์  เป็นเมือง  “ ฝนแปด  แดดสี่ ”  ในฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนมาก  ส่วนในฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบายไม่หนาวมาก